รถรับ-ส่งนักเรียนที่ปลอดภัยได้มาตรฐานกับความจำเป็นทางการศึกษา [Safe school buses are a necessity.]

รถรับ-ส่งนักเรียนที่ปลอดภัยได้มาตรฐานกับความจำเป็นทางการศึกษา
โดย นายพิสิษฐ์ วงศ์เธียรธนา
สมาชิกโครงการ LDP

๑. ที่มาและความสำคัญของปัญหา
“การเดินทาง” ถือเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มนักเรียนที่มีความจำเป็นต้องอาศัยยานพาหนะในการเดินทางเพื่อไปศึกษาเล่าเรียนยังโรงเรียน เพราะถ้าพวกเขาไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ เนื่องจากไม่มียานพาหนะที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานไปรับ-ส่ง แล้ว
ย่อมหมายความว่า แม้จะได้รับความเสมอภาคทางการศึกษาจากรัฐ แต่อาจถูกปิดกั้นโอกาสในการที่จะเดินทางเพื่อเข้าถึงระบบการศึกษา นั่นเอง

จากการศึกษาพบว่า รัฐไทยได้บัญญัติหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ประชาชนไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดหน้าที่ให้รัฐต้องดำเนินการ อันได้แก่ การจัดให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย การดูแลเด็กเล็กให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนวัยเรียนเพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมด้วย การสนับสนุนให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาในระบบต่าง ๆ ตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ เชี่ยวชาญตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ รวมถึงการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดผ่านกองทุนช่วยเหลือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

หากพิจารณาดี ๆ จะเห็นได้ว่า การเข้าถึงความเสมอภาคทางการศึกษาของบ้านเรามักจะถูกกล่าวถึง แต่เฉพาะในเรื่องการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เช่น การให้โอกาสในการเรียนฟรี การให้บริการสาธารณะด้านการศึกษาที่มีคุณภาพในสถานศึกษา และการจัดสวัสดิการด้านการศึกษาให้แก่เด็กเล็กหรือผู้ด้อยโอกาสเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว “การเดินทางเพื่อไปศึกษาหาความรู้” ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และ “การสร้างคนให้มีความรู้” ก็ถือเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยการเดินทางหรือการรับ-ส่งผู้เรียน เช่นกัน

๒. รถรับ-ส่งนักเรียน ความจำเป็นหรือแค่การอำนวยความสะดวก
ในอดีตได้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งดำเนินโครงการจ้างเหมารถรับ-ส่งนักเรียน ด้วยเหตุผลเพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพซึ่งไม่สามารถเดินทางมาส่งบุตรหลานที่โรงเรียนได้ แต่จากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พบว่า กรณีดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากให้ความเห็นว่า “การจัดรถรับ-ส่ง” จะกระทำได้แต่เฉพาะการให้บริการแก่เด็กเล็กและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในแง่ฐานะความเป็นอยู่เท่านั้น

เพราะเห็นว่า “การจัดรถรับ-ส่ง” ให้แก่เด็กทุกคนนั้นถือเป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเรียนการสอนแต่ประการใด จึงมิใช่ภารกิจด้านการศึกษาตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ประกอบกับไม่ใช้หน้าที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายได้ เพราะไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือในลักษณะสังคมสงเคราะห์ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถอุดหนุนหรือสนับสนุนงบประมาณดำเนินการได้

๓. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับรถรับ-ส่งนักเรียน ของประเทศไทย
ปัจจุบันพบว่า มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการรถรับ-ส่งนักเรียน ได้แก่
๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการขออนุญาตให้ใช้รถในการรับจ้างรับส่งนักเรียน พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งกล่าวถึงมาตรฐานและความปลอดภัยในเชิงโครงสร้างของรถรับ-ส่งนักเรียนเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงช่องทางในการขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากหน่วยงานรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่แต่อย่างใด
๒) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่งเป็นระเบียบที่กำหนดเรื่องความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเท่านั้น มิได้กล่าวถึงเรื่องวิธีบริหารจัดการหรือการสนับสนุนด้านงบประมาณแต่ประการใด
๓) กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในกรอบของคำว่า “ส่งเสริมการศึกษา…” ซึ่งมีการตีความว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนเช่นกัน แต่กลับสามารถให้บริการรถรับ-ส่งกับคนบางกลุ่มได้เฉพาะในงานการสังคมสงเคราะห์เท่านั้น ในความหมายของคำว่า “ส่งเสริมพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ” ตามหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๖๗ ที่กำหนดให้ การจ่ายเงินหรือการก่อหนี้ผูกพันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะกระทำได้แต่เฉพาะเมื่อมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้เท่านั้น เมื่อไม่มีข้อสั่งการหรือระเบียบกฎหมายรับรองเพื่อให้การสนับสนุนนโยบายเกี่ยวกับการจัดบริการรถรับ-ส่งนักเรียนไว้เป็นการเฉพาะ ย่อมไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณใด ๆ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้

๔. บทสรุปและข้อเรียกร้องในเชิงนโยบาย
รากฐานของกำแพงคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา การช่วยเหลือและสนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้รับการดูแลโดยการที่รัฐหรือส่วนราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดบริการรถรับ-ส่งที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ก็จะช่วยให้พวกเรามีโอกาสที่จะเข้าถึงความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง จึงมีข้อเรียกร้องดังนี้
๑. จัดให้มีคณะทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อพิจารณาหาทางออกและแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการเรื่องนี้
๒. ให้กรมการขนส่งทางบก พิจารณาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับ-ส่งนักเรียน และจัดฝึกอบรมคนขับรถโรงเรียนให้ได้มาตรฐานและมีระเบียบวินัยในการให้บริการ
๓. ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดแนวทางเรื่อง “จุดจัดการ” และการดูแลเรื่องการรับส่งนักเรียนอย่างปลอดภัย
๔. ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อดำเนินงานเรื่องรถรับ-ส่งนักเรียน และพิจารณาหาทางออกในการสนับสนุนด้านทรัพยากรงบประมาณแก้โรงเรียนในพื้นที่ท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของเด็กนักเรียนที่ประสงค์ของรับความช่วยเหลือในด้านการเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนมากที่สุด

เพราะรถรับ-ส่งนักเรียน ไม่ใช่มิติด้านการอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของคนในวัยเรียนเพื่อที่จะเข้าถึงความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *