มาตรการเพื่อความปลอดภัยของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

โดยธนะชาติ ปาลิยะเวทย์
นักวิจัยอิสระ อาจารย์พิเศษด้านกฎหมาย
ที่ปรึกษากฎหมายศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

การทำให้การสัญจรทางถนนเป็นระบบที่ปลอดภัยหรือ Safe System Approach คำนึงถึงความผิดพลาดของคน สภาพร่างกายที่เปราะบางของคน ความรับผิดชอบร่วมกัน และต้องทำให้ทุกส่วนของระบบเข้มแข็ง เมื่อหันมาพิจารณาเกี่ยวกับปัญหาความไม่ปลอดภัยของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งในที่นี้เด็ก หมายถึง ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (ตามอนุสัญญาสิทธิเด็กขององค์การสหประชาชาติและพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546) เห็นได้ชัดเจนทางกายภาพว่าทั้งจักรยานยนต์และเด็กมีความเปราะบาง การขับขี่ของเด็กย่อมมีความผิดพลาดได้มากกว่าผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ด้านการขับขี่ พ่อแม่ ผู้ปกครองย่อมมีความรับผิดชอบต่อเด็กและร่วมกันกับเด็ก ในกรณีที่นำมาพิจารณาปัญหาความไม่ปลอดภัยของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำกัดเฉพาะเด็กที่มีอายุเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายไทย สามารถมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์หรือเรียกสั้น ๆ ว่าใบขับขี่ นั่นคือกลุ่มอายุ 15-18 ปี ในพฤติการณ์โดยทั่วไปของเด็กส่วนใหญที่ขับขี่จักรยานยนต์ ไม่รวมถึงเด็กที่ใช้รถจักรยานยนต์ประลองความเร็วกันบนทางสาธารณะหรือเด็กแว๊นตามที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ทั้งนี้กลุ่มอายุดังกล่าวข้างต้นอยู่ในกลุ่มอายุ 15 – 19 ปีซึ่งจากข้อมูลของระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บพบว่า เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากที่สุดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอายุอื่น

1. มาตรการทางกฎหมายของไทยต่อเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์
1.1 ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์หรือใบขับขี่
ข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงปี 2559-2560 ระบุว่า จำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่มีใบขับขี่มีมากถึงประมาณ 8 ล้านคน และข้อมูลแหล่งอื่นระบุว่า เด็กจำนวนมากขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท้องถนนโดยไม่มีใบขับขี่ ทั้งกลุ่มที่อายุน้อยไม่ถึงเกณฑ์มีใบขับขี่และกลุ่มที่เข้าเกณฑ์อายุขั้นต่ำ 15 ปีแต่ไม่เคยไปทำและไม่ได้รับใบขับขี่เลยตามพรบ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 (มีการแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 17 พ.ศ. 2557) เหตุผลที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถหรือใบขับขี่เพราะเป็นการอนุญาตให้บุคคลที่มีคุณสมบัติและสมรรถนะเหมาะสมขับขี่รถบนทางหรือถนนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบทะเบียน ระบบการจัดการจราจรและความปลอดภัยทางถนน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ด้านสายตาและปฏิกิริยาตอบสนอง ผ่านอบรมภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง ผ่านทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ในภาคปฏิบัติ 5 ท่า เพื่อมีใบขับขี่ส่วนบุคคลชั่วคราว 1 ปี จากนั้น (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี) จึงจะสามารถเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ส่วนบุคคล 5 ปี โดยไม่ต้องทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทั้งนี้กฎหมายอนุญาตให้เด็กที่อายุ 15-18 ปีขับขี่ได้เฉพาะรถจักรยานยนต์ขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 CC

การที่เด็กขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบขับขี่ทำให้เข้าใจได้ว่า ไม่มีคุณสมบัติและสมรรถนะที่เหมาะสมต่อการขับขี่รถ รวมทั้งฝ่าฝืนกฎหมายซี่งได้กำหนดบทลงโทษไว้ กรณีขับขี่รถโดยไม่มีใบขับขี่–ฝ่าฝืนต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่รับผิดชอบงานจราจรระบุว่า หากถูกจับในข้อหาขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเรียกเปรียบเทียบปรับทันทีไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนข้อหาขับขี่รถโดยไม่พกพาใบอนุญาตขับรถจะถูกปรับในอัตราเดียวกัน โดยจะไม่สามารถมาชำระค่าปรับย้อนหลังภายใน 7 วันได้เหมือนข้อหาอื่น จำเป็นต้องเปรียบเทียบปรับทันทีก่อนที่จะปล่อยให้ขับรถต่อไป

1.2 พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของเด็ก
เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ พฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ และก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอันตรายต่อเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามพ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (มีการแก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2560) ดังนิ้
1) สวมหมวกนิรภัย กรณีผู้ขับขี่ฝ่าฝืน – โทษปรับไม่เกิน 500 บาท และกรณีที่ปล่อยให้ผู้ซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัย – โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
2) เมาแล้วขับ ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุราในกรณี (1) อายุต่ำกว่า 20 ปี (2) ถือใบขับขี่แบบชั่วคราว (3) ไม่มีใบขับขี่ ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา — โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 – 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ฯลฯ
3) ขับขี่ขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่/โทรศัพท์มือถือ – โทษปรับ 400 -1,000 บาท
4) ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว เช่น ขับขี่คึกคะนอง – โทษปรับ 400 -1,000 บาท
5) ขับขี่ด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด – โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
6) ขับขี่รถย้อนศร – โทษปรับไม่เกิน 500 บาท
7) บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (ซ้อนสาม) – โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

บทลงโทษในฐานความผิดที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในอำนาจเปรียบเทียบปรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่ต้องส่งฟ้องศาล เว้นแต่ข้อหาที่มีโทษเกินกว่าความผิดลหุโทษ (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ) เมื่อมีการปรับซึ่งมักจะไม่ใช่จำนวนค่าปรับขั้นสูงในแต่ละฐานความผิดต่อผู้กระทำความผิดซึ่งได้แก่ เด็กผู้ขับขี่ฯ (ข้อพิจารณาในที่นี้คืออายุ 15-18 ปี) เมื่อยินยอมให้เปรียบเทียบปรับได้ในข้อหาความผิดที่มีโทษปรับอย่างเดียว คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน หากเด็กไม่มีเงินเสียค่าปรับอาจให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองมาชำระค่าปรับให้

2. มาตรการทางกฎหมายของไทยต่อพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์
กฎหมายกำหนดให้บุตรอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และบิดามารดาย่อมต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าบิดามารดา/พ่อแม่ไม่ใช่ผู้ปกครองตามกฎหมายครอบครัว ส่วนตามพ.ร.บ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ผู้ปกครอง มีความหมายครอบคลุมพ่อแม่ ผู้ปกครองตามป.พ.พ. ฯลฯ ในที่นี้จึงใช้คำว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง มีข้อพิจารณาในเหตุการณ์ที่เด็กขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบขับขี่ไปกระทำความผิดข้างต้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่น มีคำถามว่าตามกฎหมายพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กนั้นต้องรับผิดชอบเพียงใด

2.1 ความรับผิดชอบต่อการคุ้มครองเด็ก
ภายใต้กฎหมายนี้ผู้ปกครองย่อมต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน….ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ….และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ กฎกระทรวงได้ขยายความไว้ว่า ผู้ปกครองต้องมีศักยภาพและปฏิบัติตนตามข้อ (7) ดูแลความปลอดภัยของเด็ก เช่น ไม่ใช้หรือปล่อยให้เด็กทำกิจกรรมที่เสี่ยงหรือเป็นอันตราย สอนให้เด็กรู้จักระวังอันตราย ปกป้องอันตรายจากผู้อื่น และจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย หากเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มีความประพฤติไม่สมควร เสี่ยงต่อการกระทำผิด เพราะมีผู้ที่บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนเช่นนั้น ซึ่งรวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ไม่ปกครองดูแลหรือปกครองดูแลอย่างไม่เหมาะสมอาจเข้าข่ายต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในทางปฏิบัติต้องมีการประเมินจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัจจัยที่เกี่ยวข้องเป็นกรณี ๆ ไป และพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กดังกล่าว โดยช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัย ทำการสืบเสาะพินิจเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว ฯลฯ เพื่อกำหนดวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ทั้งนี้เห็นว่าการให้ความสำคัญและบังคับใช้ข้อกฎหมายเหล่านี้ต่อพ่อแม่ ผู้ปกครองและตัวเด็ก ไม่ว่าจะโดยสงเคราะห์และ/หรือคุ้มครองสวัสดิภาพน่าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้

2.2 ความรับผิดในทางละเมิด
จากเหตุการณ์นี้ มีข้อกฎหมายในทางแพ่งคือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องร่วมรับผิดกับผู้เยาว์ที่ไปทำละเมิด เว้นแต่พิสูจน์ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น ซึ่งในส่วนของการรับโทษของเด็กและผู้ปกครองนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดังเห็นได้จากกรณีที่เกิดขึ้นในคำพิพากษาฎีกาที่ 9774/2544 พ่อแม่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลบุตรผู้เยาว์ อายุ 16 ปีโดยปล่อยปละละเลยให้บุตรผู้เยาว์ของตนขับรถจักรยานยนต์ออกนอกบ้านไปในทางสาธารณะ ซึ่งควรรู้ว่าผู้เยาว์ที่ยังไม่ผ่านการสอบใบอนุญาตขับขี่นั้นย่อมเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นได้โดยง่าย บุตรขับรถจักรยานยนต์ชนบุตรโจทก์จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย พ่อแม่จึงต้องรับผิดร่วมในผลแห่งละเมิดนั้นด้วย

2.3 ความรับผิดกรณีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์หรือใบขับขี่
ห้ามมิให้เจ้าของรถหรือคนขับรถยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ เข้าขับรถของตนหรือรถที่ตนเป็นคนขับ – ฝ่าฝืนต้องโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หากเกิดกรณีที่พ่อแม่ ผู้ปกครองที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยินยอมอย่างชัดเจน รู้หรือควรรู้ว่าบุตรของตนไม่มีใบอนุญาตขับรถปล่อยให้ใช้รถจักรยานยนต์ของตน เหมือนเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในคำพิพากษาฎีกาที่ 9774/2544 ที่กล่าวถึงข้างต้น ต้องโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

2.4 ความรับผิดในคดีอาญา
ในคดีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล ในคดีที่กล่าวหาว่าเด็กกระทำความผิดที่เข้าข่ายว่าร้ายแรง เช่น ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ขับขี่ขณะเมาสุราหรือยาเสพติดอย่างอื่น เป็นต้นตามประมวลกฎหมายอาญา ในคดีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล เด็กอายุ 10-15 ปีกระทำความผิด ศาลมีอำนาจใช้มาตรการต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง (รวมถึงบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ด้วย) มุ่งหมายให้พ่อแม่ ผู้ปกครองดูแลเด็กให้ดีขึ้น แก้ไขความประพฤติหรือนิสัยของเด็ก ร่วมรับผิดกับเด็ก จากเบาไปหาหนัก (1) ตักเตือน (2) วางข้อกำหนดไม่ก่อเหตุร้ายอีกตลอดระยะเวลาที่กำหนดและกำหนดให้พ่อแม่ ผู้ปกครองชำระเงินต่อศาลเมื่อเด็กก่อเหตุร้ายอีก (3) กำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติเด็ก และในคดีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล เด็กอายุ 15-18 ปีกระทำความผิด ศาลอาจใช้มาตรการดังกล่าวข้างต้นได้เช่นกัน เมื่อเห็นว่าไม่สมควรลงโทษ โดยพิจารณาความรู้ผิดชอบ ปัจจัยอื่น ๆ แล้ว

3. มาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศต่อเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์
จากการศึกษาข้อมูลของสหรัฐอเมริกาและเครือรัฐออสเตรเลีย พบว่ากฎหมายของหลายมลรัฐกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำที่สามารถเริ่มยื่นคำขอทำใบขับขี่ไว้ที่ 15 ปีเช่นเดียวกับกฎหมายไทย หรือในช่วงอายุ 15-16 ปี ผู้เชียนเห็นว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าเกณฑ์อายุขั้นต่ำ คือ การใช้ระบบใบอนุญาตขับรถที่สามารถพัฒนาสมรรถนะของเด็กและเยาวชน หรือผู้ขับขี่หน้าใหม่ (ที่เป็นผู้ใหญ่) ในการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยได้มากกว่าระบบอื่น นั่นคือ ระบบใบอนุญาตขับรถแบบลำดับขั้น (Graduated Driving Licensing /GDL) เป็นระบบที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของการขับขี่ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซี่งหลายรายงานวิจัยระบุว่า สามารถลดอัตราการเฉี่ยวชน ความเสียหาย การเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากผู้ขับขี่วัยรุ่น (ช่วงอายุ 15-19 ปี) ได้ประมาณ 20-30% ระบบ GDL ประกอบไปด้วย 3 ระยะหลัก ซึ่งมีข้อสังเกตว่า ในแต่ละประเทศและมลรัฐมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเกณฑ์อายุขั้นต่ำ ระยะเวลา จำนวนชั่วโมง ชื่อเรียกใบอนุญาต และรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไป โดยในระบบของมลรัฐแคลิฟอร์เนียจากข้อมูลของกรมยานยนต์ (Department of Motor Vehicle/DMV) ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นมลรัฐที่มีจำนวนจักรยานยนต์จดทะเบียนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา (9.5 แสนคันในปี 2017) พอจะสรุปการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนได้ดังนี้

1) ขั้นตอนเรียนรู้ (Learner stage)
โดยมีอายุตามเกณฑ์ขั้นต่ำ ต้องถือใบอนุญาตฝึกหัด (instruction permit) โดยต้องให้พ่อแม่ ผู้ปกครองลงลายมือชื่อรับรองในคำขอ* ต้องแสดงหลักฐานว่ายื่นขอเข้ารับการศึกษาและ/หรือการฝึกอบรมการขับขี่ 6 ชั่วโมง ต้องผ่านการทดสอบสายตา ต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี

2) ขั้นตอนกลาง/ชั่วคราว (Intermediate/provisional stage)
• ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี ถือใบอนุญาตฝึกหัดมาอย่างน้อย 6 เดือน แต่ไม่เกิน 12 เดือน
• ต้องผ่านการฝึกหัดขับขี่ 50 ชั่วโมงกับผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไป (ซึ่งมีใบอนุญาตขับขี่และรับรองว่ามีการฝึกหัดขับขี่ 50 ชั่วโมงจริง) โดยใน 50 ชั่วโมงนั้นต้องฝึกขับขี่ตอนกลางคืนอย่างน้อย 10 ชั่วโมง
• ต้องผ่านการศึกษาและการฝึกอบรมผู้ขับขี่
• ต้องมีหนังสือรับรอง DL389 ออกให้โดยกรมทางหลวง แสดงว่าผ่านการเข้าร่วมโครงการความปลอดภัยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย (CMSP) (ภาคทฤษฎ๊และภาคปฏิบัติพื้นฐาน)
• ต้องแสดงหลักฐานการทำประกันภัยความรับผิด (รถจักรยานยนต์ของผู้ขอฯ)
• ต้องผ่านการทดสอบขับขี่ภาคปฏิบัติ

ข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ คือ (1) ไม่ให้ขับขี่ตอนกลางคืน (23.00 น. – 05.00 น.) (2) ไม่ให้ขับขี่ในถนนหลวง (3) ไม่ให้ผู้ใดซ้อนท้ายไปด้วย (4) ไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ (ทั้งที่มีและไม่มี hands-free device) และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์อื่น (5) ต้องไม่ถูกบันทึกการกระทำผิดเกี่ยวกับการขับขี่รถ (6) ต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่รถ

3) ขั้นตอนสำเร็จ (Graduation stage)
DMV ออกใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ (ประเภท M1 ได้แก่ รถจักรยานยนต์สองล้อ ขนาดกระบอกสูบต่ำกว่า 150cc และประเภท M2 ได้แก่ รถจักรยานติดเครื่องยนต์ (Moped) Scooter รถจักรยาน โดยได้รับ DL แบบชั่วคราวมีอายุ 90 วัน หลังจากนั้นจะได้รับใบอนุญาตขับรถแบบสมบูรณ์ มีอายุขึ้นอยู่กับประเภทรถ

ในกรณีที่ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบขับขี่ รวมถึงใบขับขี่ถูกพักใช้ ไม่แสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงาน เป็นการกระทำความผิดประเภท Misdemeanor หรือความผิดอาญาไม่ร้ายแรง ซึ่งต้องถูกบันทึกในประวัติอาชญากรรมด้วย บทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายยานพาหนะ (Vehicle Code) ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย มาตรา 12500 (a) คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 ดอลล่าร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้อาจได้รับโทษที่เบากว่าหรือประเภท infraction ปรับไม่เกิน 250 ดอลล่าร์ กรณีที่กระทำผิดครั้งแรก ผู้กระทำผิดต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวในความผิดทางอาญานี้ แต่ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ความร้ายแรง พ่อแม่เข้าอาจเข้ามามีส่วนรับทราบ ต่อสู้คดี และไม่ให้มีการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กตามกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็ก ท้ายที่สุดคำตัดสินของศาลมักจะมีข้อกำหนดเงือนไข มาตรการทัณฑ์บน คุมประพฤติให้พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องปฏิบัติร่วมด้วยเช่นกัน สำหรับการปกครองดูแลเพื่อแก้ไขกระทำผิด พฤติกรรมของเด็ก และป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

เมื่อเปรียบเทียบกับระบบใบขับขี่ของไทย เห็นได้ว่าระบบ GDL มีขั้นตอนที่มากกว่าและใช้ระยะเวลานานกว่า เน้นไปที่การฝึกหัดขับขี่ 50 ชั่วโมงในสภาพถนนจริง พร้อมกับมีข้อจำกัดที่ชัดเจนหลายประการในการขับขี่ ต้องผ่านอบรมและฝึกอบรมตามมาตรฐานหลักสูตรที่กำหนด หากสอบไม่ผ่านตามจำนวนครั้งและระยะเวลาที่กำหนดต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด มุ่งพัฒนาสมรรถนะของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างเข้มข้น ส่งผลดีต่อความปลอดภัยของเด็กผู้ขับขี่ เห็นได้จากสถิติในหลายประเทศที่ใช้ระบบนี้ การเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์น้อยกว่าผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ใหญ่และส่งผลดีต่อความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว

4. มาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศต่อพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์
ตามกระบวนการในระบบ GDL ที่กล่าวถึงข้างต้น กำหนดการมีส่วนร่วมหรือการดำเนินการของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้แก่ (1) เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอใบขับขี่ ผู้ลงลายมือชื่อในใบอนุญาตฝึกหัดโดยแสดงว่าผู้ขอใบขับขี่ได้ฝึกหัดขับขี่ครบจำนวนชั่วโมงและตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว (2) เป็นผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปที่ได้ฝึกหัดการขับขี่ให้กับผู้ขอใบขับขี่ การที่พ่อแม่ ผู้ปกครองลงนามรับรองนี้ในคำขอทำใบขับขี่มีผลทางกฎหมาย จากหลักที่ว่าเจ้าของรถและผู้ขับขี่ต้องร่วมกันรับผิดในอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ผู้ปกครองจึงต้องร่วมรับผิดต่อการขับขี่รถของผู้ขับขี่ที่เป็นเด็ก (บุตรของตน) โดยยอมรับผิดชอบทางการเงิน ลักษณะเดียวความรับผิดในทางละเมิด (wrongful act) ซึ่งกำหนดให้พ่อแม่ต้องรับผิดร่วมกับบุตรในกรณีที่บุตรกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้เกิดความเสียหายหรือสูญเสียต่อผู้อื่น ในกรณีขับขี่รถจักรยานยนต์ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ด้วยเหตุผลที่ว่า พ่อแม่ ผู้ปกครองย่อมคาดการณ์ได้ว่าอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นได้จากการให้ความยินยอมไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายให้ขับขี่รถ และไม่ต้องพิจารณาว่าผู้ขับขี่จงใจก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ เช่น กรณี 1 คนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต (ในวงเงิน 15,000 US$ หรือ 412,500 บาท ต่อครั้ง) ซึ่งอาจเลือกไปทำประกันภัยความรับผิดได้ และอาจต้องรับผิดต่อความสูญเสียที่จับต้องไม่ได้ด้วย

จึงเห็นได้ว่าพ่อแม่ ผู้ปกครองมีบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ชัดเจนใน 2 เรื่องข้างต้นซึ่งทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ในสภาพบังคับโดยปริยายที่ต้องประพฤติตัวให้เป็นแบบอย่างการขับชี่รถให้แก่บุตร/เด็กอันส่งผลดีต่อการพัฒนาสมรรถนะเด็กในการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

บทสรุปและข้อเสนอแนะ
มาตรการทางกฎหมายทั้งไทยและต่างประเทศต่างก็กำหนดให้มีใบขับขี่ เห็นว่าระบบใบอนุญาตขับรถแบบลำดับขั้น (GDL) ที่ใช้อยู่ในหลายประเทศสามารถพัฒนาสมรรถนะของเด็ก (อายุ 15-18 ปี) ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้นได้และให้พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมสำคัญในหลายส่วน หากใช้ระบบนี้ในไทยต้องยอมรับได้ว่าทำให้ออกใบขับขี่ได้ยากขึ้นและอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลายล้านคนไม่มีใบขับขี่ ในขณะที่มาตรการต่อหลายพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของเด็กที่ก่อให้เกิดอันตรายและความสูญเสียเป็นปัจจัยนำไปสู่ความปลอดภัยที่มากขึ้นได้หากทำให้เกิดความเกรงกลัว ข่มขู่ยับยั้ง เปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิด และลดการกระทำผิดซ้ำๆ ได้ ข้อเสนอแนะเพื่อความปลอดภัยของเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้แก่
1) จากการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองมีความรับผิดชอบต่อการคุ้มครองเด็ก ความรับผิดกรณีใบขับขี่ ความรับผิดในทางละเมิดและความรับผิดในคดีอาญาร่วมกับบุตร จึงควรเพิ่มความตระหนักรู้และให้พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมมากขึ้นกับกิจกรรมหรือมาตรการลดเจ็บลดตายของเด็กขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะชี้ให้เห็นความเสี่ยงและปัญหาจากการละเลยหรือยินยอมให้เด็กใช้รถจักรยานยนต์ขณะที่ไม่มีใบขับขี่ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
2) บุคคลและองค์กรที่ทำงานด้านคุ้มครองเด็กและผู้ที่ทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนควรร่วมมือกันหาวิธีการที่เหมาะสมร่วมกับโดยใช้ข้อกฎหมายการคุ้มครองเด็กไปสู่พฤติกรรมความปลอดภัย
3) โรงเรียนควรเพิ่มกิจกรรมและการฝึกอบรมให้แก่เด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนเพื่อส่งเสริมความประพฤติ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนได้ (มาตรา 63)

อ้างอิง
(1) พิสิษฐ์ วงศ์เธียรธนา. (2561). การทบทวนเรื่องอายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว. มูลนิธิป้องกันภัยภิบัติแห่งเอเชีย ประเทศไทย. สืบค้นจาก https://ldpthailand.org/th/2018/03/การทบทวนเรื่องอายุขั้น/
(2) เดลินิวส์. (2561). ขับรถไม่มีใบขับขี่กว่า 10 ล.คน ชี้ก.ม. ใหม่ ต.ร. ปรับไม่ได้. (24 สิงหาคม 2561). สืบค้นจาก https://today.line.me/th/pc/article/ขับรถไม่มีใบขับขี่กว่า10ล+คน+ชี้ก+ม+ใหม่ตร+ปรับไม่ได้-moz08Z
(3) กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล พ.ศ. 2549
(4) National Road Safety Strategy. (2018). The Safe System Approach: Safe System Principles. Last updated: 16 May 2018. Retrieved from http://roadsafety.gov.au/nrss/safe-system.aspx
(5) Teoh, E.R. (2017). Motorcycles registered in the United States 2002-2017. Insurance Institute for Highway Safety. Retrieved from https://www.iihs.org/frontend/iihs/documents/masterfiledocs.ashx?id=2145
(6) State of California, Department of Motor Vehicles (2018). Driver License and Identification Card Information. Retrieved from https://www.dmv.ca.gov/portal/dmv/detail/dl/dl_info#DEDT
(7) DriversEd.com. (n.d.). Graduated Drivers License (GDL). Retrieved on 19 October 2018. From https://driversed.com/dmv/california/gdl.aspx
(8) Rodriguez & Associates. (2018, May 14). California Parental Responsibility Laws. Retrieved from https://www.rodriguezlaw.net/california-parental-responsibility-laws/)
(9) McElfresh Law. (n.d.). Driving without a license. Retrieved on 15 October 2018. from https://www.criminallawyersandiego.com/moving-violations/driving-without-a-license/



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *